7 จุดเช็คอินเขาค้อ

        ปลายฝนต้นหนาว เอาใจคนชอบเที่ยวเขา ชมธรรมชาติ ยลไอหมอก สูดไอเย็น ตามรอยประวัติศาสตร์  เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ คงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ทำให้นึกถึง  ทริปนี้ออกไปนอนดูดาว หยิบหมอกตอนเช้า   จาก กรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ จ.เพชรบูรณ์ ตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึง เขาค้อ ด้วยระยะทาง 392 กิโลเมตร  ขับรถไปแวะเที่ยวไปบนเส้นทางสวย ๆ เดี๋ยวเดี่ยวก็ถึง...เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ในแบบปลายฝนต้นหนาว ออกไปเที่ยวในแบบที่ชอบ สูดโอโซนบริสุทธิ์ ชมหมอก กับแหล่งท่องเที่ยว ที่ชื่อว่าเขาค้อ กัน  

        เขาค้อ ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเทือกเขาน้อยใหญ่ จนอาจพูดได้ว่าเป็นทะเลภูเขา มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายกระจายอยู่โดยทั่วพื้นที่  ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยสดงดงาม  

 

  พิพิธภัณฑ์อาวุธ เขาค้อ หรือฐานอิทธิ  อดีตบริเวณนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการสู้รบ ปัจจุบันจัดให้ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการสู้รบตั้งอยู่มากมาย ส่วนภายในอาคารมีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ ในยุทธภูมิเลือดเขาค้อ มีห้องจัดนิทรรศการ เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธของคอมมิวนิสต์     ที่นี่แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ผู้มาเยือนเขาค้อไม่ควรพลาดชม

 

 

 

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ อยู่บนยอดสูงสุดของเขาค้อ สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ได้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ใน เขตรอยต่อ 3 โดยสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นหินอ่อนทั้งหมด หมายถึงการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหาร ความสูงจากแท่นบูชาถึงยอดอนุสรณ์สถานสูง 24 เมตร ผนังภายในบันทึก ประวัติอนุสรณ์ผู้เสียสละ และรายชื่อวีรชนผู้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ 

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปให้ประชาชนได้สักการะบูชา ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐธาตุของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังจากยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ใน ประเทศไทย  

 

 

 

พระตำหนักเขาค้อ ที่สร้างขึ้นเพื่อนำน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่9 สำหรับใช้ประทับแรมในโอกาสที่พระองค์ท่านเสด็จ ฯ ตรวจเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริ และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง บริเวณพระตำหนักมีจุดชมวิวที่มี่ทัศนียภาพของภูเขาที่เรียงรายสลับซับซ้อนอยู่เบื้องหน้า บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของเขาค้อ เพราะตั้งอยู่บนที่สูงสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเขาค้อได้แบบกว้างไกล โดยเฉพาะในยามเช้ามีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกด้วย 

 

 

จุดเขาตะเงียนโง๊ะ ฟินไปกับวิวหมอกแบบ360 องศา จนได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ และจากจุดชมวิวนี้เองสามารถมองไปเห็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิ รวมไปถึงผืนป่าเขาค้อ ซ่อนตัวอยู่กลางทะเลหมอก เป็นภาพที่สวยงามที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเอง 

 

 

ทุ่งกังหันลม ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนเนินเขาสูง ในหมู่บ้านเพชรดำ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกลไปถึงวัดผาซ่อนแก้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้เราเข้าไปเก็บภาพสวยๆ ด้วย มีจุดชมวิวสองจุด คือ จุดชมวิวช้างดอย และ จุดชมวิวระเบียงกังหันลม ทั้งยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เลือกเล่น อย่างชิงช้า รถฟอมูล่าม้ง  และถ้าอยากเข้าไปชมกังหันลมแบบใกล้ชิด นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินให้เมื่อยค่ะ เพราะที่นี่เขามีบริการรถรางพาชมจุดต่างๆ อีกด้วยโดย ใช้ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น 

 

 

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นวัดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอ้อมกอดของขุนเขา มีความวิจิตรอลังการจากการนำกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์ มุก ลูกปัด พลอย แก้วแหวน หินสี ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงาม ตั้งแต่เสา ผนัง พื้น บันได เมื่อยามต้องแสงแดดทั่วบริเวณจะสะท้อนประกายงดงามราวกับวัดบนสรวงสวรรค์ ภายในวัดมีเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และมหาวิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ พระพุทธรูปสีขาวซ้อนกัน 5 องค์ ใหญ่โตโอ่อ่ามากทีเดียว นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ชั้นเยี่ยมอีกด้วยค่ะ 

 

 

หนาวนี้ที่เขาค้อ ออกมากสัมผัสอากาศเย็นกำลังสบาย  เหมาะกับคุณผู้ชมที่กำลังวางแผนหาที่เที่ยวปลายปี ทริปนี้ชาร์จแบตเติมพลังได้อย่างเต็มที่ทีเดียวค่ะ #Focusthailand